“หมอธี-บิ๊กน้อย-หมออุดม” ควงแขนไปรับตำแหน่ง ส.ว.กันทั้ง 3 รมต.

“ธีระเกียรติ-สุรเชษฐ์-อุดม” ควงแขนลาออกเก้าอี้ รมต.ศึกษาธิการ รับตำแหน่ง ส.ว. ส่งท้ายชง ครม.อนุมัติย้ายสลับเก้าอี้ “บุญรักษ์” นั่งเลขาธิการกอศ.ดึง “สุเทพ” นั่งเลขาธิการ กพฐ.ระบุเจ้าตัวไม่รู้ตัวมาก่อน ยันเป็นเรื่องดี และหารือร่วมกันแล้ว

วันนี้ (7 พ.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ และนพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ว. ถือว่าภารกิจในการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสร็จสิ้น โดยมีผลอย่างเป็นทางการวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตามเร็ว ๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) จะมีการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี มารักษาราชการแทนตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนจะเป็นใครนั้นตนไม่สามารถบอกได้ขึ้นอยู่กับนายกฯ ทั้งนี้การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนั้น เป็นการชักชวนจากหัวหน้า คสช. อีกทั้งยังมองว่า การไปรับตำแหน่งส.ว.จะสามารถดูแลการศึกษาได้ต่อ เพราะหน้าที่หนึ่งของส.ว.ชุดนี้คือ ดูแลงานด้านการปฏิรูปยุทธศาสตร์ 

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 11 สองราย ดังนี้ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็น เลขาธิการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กอศ. เป็น เลขาธิการ กพฐ. เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป

“การสลับตำแหน่งครั้งนี้ไม่ได้แจ้งใครล่วงหน้า สำหรับเหตุผลของการสลับตำแหน่งครั้งนี้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ประกอบกับขณะนี้ศธ. มีขนาดเล็กลง เหลือองค์กรหลักจริงๆ คือ สอศ. และสพฐ. ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องสลับได้ไปมา และในช่วงของการเริ่มต้นปีการศึกษา 2562 การสลับตำแหน่งถือเป็นเรื่องดี ในแง่ของการบริหาร เป็นการเริ่มต้นใหม่ จะได้ไม่มีข้อครหาใครพวกใคร ใครวางยาอะไร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างแท้จริง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการทุจริต เพราะถ้ามีก็ต้องย้ายไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยวันที่ 8 พ.ค.นี้ จะเชิญดร.สุเทพ และดร.บุญรักษ์ มาพูดคุยเรื่องการทำงานต่อไป”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการองค์การค้า ของสกสค.นั้น ไม่มีปัญหา เพราะรัฐมนตรีว่าการศธ. มีอำนาจในการยกร่างหลักเกณฑ์การสรรหา และแม้จะไม่อยู่ในตำแหน่ง แต่ก็เป็นหน้าที่ของปลัดศธ. และคณะกรรมการสรรหาฯ ดำเนินการและเลือกผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งต่อไป 

ด้าน พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทุกองค์กรหลักของ ศธ.ล้วนมีความสำคัญ ผู้บริหารระดับสูงทุกคนสามารถทำงานหมุนเวียนกันได้ เพราะที่ผ่านมาการทำงานก็มีการบูรณาการและเชื่อมโยงกันต่อเนื่อง ส่วนที่มองว่าเหลือระยะเวลาอีกไม่ประมาณ 4-5 เดือน เนื่องจากทั้ง ดร.บุญรักษ์ และ ดร.สุเทพ จะเกษียณอายุราชการแล้วนั้น ตนมองว่าจะเหลือกี่เดือนก็ตามการทำงานทุกวันมีคุณค่าทั้งหมด และถ้ามองว่า 4-5 เดือน แต่ถ้าคิดเป็นภาพรวมของปีการศึกษาระยะเวลาดังกล่าวก็เท่ากับ 1 ภาคเรียน ซึ่งการทำงานของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมา เรื่องการพัฒนาคุณภาพากรศึกษาได้วางรากฐานให้มั่นคง ช่วงนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อเชื่อว่าทั้ง 2 คนสามารถทำได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม การพิจารณาโยกย้ายสลับตำแหน่งครั้งนี้รัฐมนตรีทุกคนก็ได้มีการหารือร่วมกัน

ขณะที่ ดร.สุเทพ กล่าวว่า ตนไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน แต่เมื่อผู้บังคับบัญชามีคำสั่งก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนตัวพร้อมทำงาน เพราะงานการศึกษาขั้นพื้นฐานถือเป็นงานเดิมที่ทำมาโดยตลอด และได้มีการพูดคุยกับ ดร.บุญรักษ์ แล้ว ทั้งตนและดร.บุญรักษ์ ไม่มีปัญหา พร้อมจะร่วมกันทำงาน เพื่อประเทศต่อไป